แจ็ค ปีเตอร์​ กรีลิช (Jack​ Peter Grealish) เกิดวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1995 เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ เชื้อสายไอริช ปัจจุบันเล่นได้ทั้งในตำแหน่งปีก และกองกลางตัวรุก ให้แก่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทีมชาติอังกฤษ

ทุกคนในครอบครัว “กรีลิช” ต่างเป็นสาวก แอสตัน วิลล่า กันทุกคน นั่นทำให้เจ้าหนู แจ็ค กรีลิช เป็นสาวกสิงห์ผยองไปโดยปริยาย และเมื่อเขาอายุได้ 6 ขวบ แจ็คก็ได้รับโอกาสเข้าสู่อคาเดมี่ของ แอสตัน วิลล่า ด้วย

เมื่อได้เข้าสู่อคาเดมี่ แจ็คมีการพัฒนาฝีเท้า และยกระดับตัวเองขึ้นมาตามรุ่นอายุอย่างต่อเนื่อง จนได้มีชื่อในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น โดยได้เป็นตัวสำรองในเกมที่แพ้ต่อ เชลซี 2-4 เมื่อเดือน มี.ค. 2012 แต่เขาไม่ได้ลงสนาม

ต่อมา แจ็คมีผลงานโดดเด่น กับทีมเยาวชน ในรายการ NextGen Series ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ลูกหนังรุ่น U-19 ที่มีสโมสรดังจากทั่วยุโรปมาร่วม 24 ทีม ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, สเปอร์ส, เชลซี, บาร์เซโลน่า,  ยูเวนตุส, ดอร์ทมุนด์, เปแอสเช, อินเตอร์ มิลาน และอีกมากมาย ซึ่ง แจ็คช่วยให้ แอสตัน วิลล่า ผงาดครองแชมป์ได้อย่างน่าเซอร์ไพรส์ ในฤดูกาล 2012-2013

เมื่อฝีเท้าเริ่มมีพัฒนาการในระดับหนึ่งแล้ว แอสตัน วิลล่า ก็ปล่อยให้ แจ็คไปเสริมกระดูกกับ นอตต์ เคาน์ตี้ ทีมในระดับลีกวัน ด้วยสัญญายืมตัว ในฤดูกาล 2013-2014 ซึ่ง แจ็คได้ลงเล่นถึง 37 นัด ยิงไปได้ 5 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวเลยสำหรับแข้งดาวรุ่งวัย 19 ปีอย่างเขา

หลังกลับมาจาก น็อตต์ เคาน์ตี้ แล้ว แจ็คได้ลงสนามให้กับ แอสตัน วิลล่า อยู่เป็นระยะๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นตัวหลักของทีม จนกระทั่งในฤดูกาล 2016-2017 แอสตัน วิลล่า ตกอันดับลงไปเล่นลีกแชมเปี้ยนชิพ ทำให้สโมสรต้องปล่อยผู้เล่นซีเนียร์ออกจากทีมหลายคน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของทีม นั่นเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งอย่าง แจ็ค ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ จนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมแอสตัน วิลล่าในเวลาต่อมา

แอสตัน วิลล่า วนเวียนในลีกแชมเปี้ยนชิพอยู่ 3 ฤดูกาล ในที่สุด ในฤดูกาล 2019-2020 แจ็ค สามารถนำทัพพาทีมกลับขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้ง และ แจ็ค กรีลิช ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีม โดยทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ แอสตัน วิลล่า รอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ พร้อมกับมีข่าวออกมาเป็นระยะว่า บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างพร้อมทุ่มเงินเพื่อกระชากตัว แจ็ค กรีลิช ไปร่วมทีมกันทั้งนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงอยู่สวมปลอกแขนกัปตันทีมแอสตัน วิลล่าต่อไป ยิ่งทำให้แฟนบอลต่างปลาบปลื้มในตัวของแจ็ค กรีลิช มากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม ด้วยวิถีฟุตบอลและกราฟผลงาน ของแจ็ค กรีลิช ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สโมสรอย่าง แอสตัน วิลลา ดูจะเล็กเกินไปแล้วสำหรับเขา และในที่สุด เดือนมิ.ย. 2021 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เศรษฐีแห่งพรีเมียร์ลีก ก็ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านปอนด์ กระชากตัว แจ็ค กรีลิช ไปร่วมทีม พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในลีกอังกฤษ ทำลายสถิติของ ปอล ป็อกบา ที่ย้ายจากยูเวนตุส มายังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2016

แจ็ค กรีลิช กับผลงานทีมชาติ แจ็ค เกิดที่เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ แต่มีเชื้อสายไอริชจากฝั่งคุณพ่อ นั่นทำให้เขาสามารถเลือกเล่นได้ ทั้งทีมชาติอังกฤษ และทีมชาติไอร์แลนด์ ในระดับเยาวชน แจ็ค กรีลิช ลงรับใช้ให้ทีมชาติไอร์แลนด์ ไล่ตั้งแต่ชุด U-17 U-18 และ U-21 ซึ่ง มาร์ติน โอนีล กุนซือทีม ยักษ์เขียว ในเวลานั้น แพลนที่จะดันแจ็ค กรีลิช ให้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่โดยเร็ว เพื่อกันท่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษที่จับตาดูฟอร์มของ แจ็ค อย่างใกล้ชิดอยู่เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในเดือนพ.ค. 2015 กุนซือมาร์ติน โอนีล เผยว่าแจ็ค กรีลิช ปฏิเสธการถูกเรียกตัวติดทีมชาติไอร์แลนด์ชุดใหญ่ ซึ่งต่อมา กุนซือทีมชาติอังกฤษรอย ฮอดจ์สัน ในเวลานั้น ได้มีโอกาสพูดคุยกับ แจ็ค กรีลิช จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาสวมยูนิฟอร์มทีมชาติอังกฤษ แทน

แจ็ค กรีลิช เริ่มเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ในชุด U-21 เมื่อเดือนพ.ค. 2016 ก่อนจะช่วยพาทีมคว้าแชมป์ “ตูลง ทัวร์นาเมนต์ 2016” ด้วยการปราบเจ้าภาพ ฝรั่งเศสไป 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปีที่อังกฤษได้แชมป์จากรายการนี้ โดยแข้งอังกฤษชุดนั้นที่กลายเป็นแข้งดังในเวลาต่อมา ได้แก่ จอร์แดน พิคฟอร์ด, เจมส์ วอร์ด พราวส์, ร็อบ โฮลดิ้ง,  รูเบน ลอฟตัส ชีค, นาธาน เรดมอนด์ และเบน ชิลเวลล์
กระทั่งเดือนส.ค. 2020 แจ็ค กรีลิช มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ก่อนจะได้ลงประเดิมสนามให้กับทัพสิงโตคำราม ในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ที่เสมอกับ เดนมาร์ก 0-0 เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2020 ซึ่งหลังจากนั้นแจ็ค กรีลิช ก็มีชื่อติดโผทีมชาติอังกฤษมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในขุนพลของสิงโตคำราม ชุดรองแชมป์ยูโร 2020

เกียรติประวัติ

แอสตัน วิลล่า

ทีมชาติอังกฤษ